Applied Economics Journal

วารสารเศรษฐศาสตร์ประยุกต์

Applied Economics Journal

ISSN 0858-9291

***สำหรับค้นหาบทความและข่าวประชาสัมพันธ์
หน้าหลัก แนะนำวารสาร บทความ คณะผู้จัดทำ แผนผังเว็บไซต์ ติดต่อเรา
      ข้อมูลทั่วไป
  • ตีพิมพ์ผลงานประยุกต์แนวคิดและทฤษฎีเศรษฐศาสตร์จุลภาคและมหภาคที่ตอบโจทย์ด้านเศรษฐกิจและสังคม
  • ผู้พิจารณาไม่ทราบชื่อผู้แต่ง และ ผู้แต่งไม่ทราบชื่อผู้พิจารณา
  • ตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ (มิ.ย, ธ.ค.)

วารสาร ปีที่ 2 ฉบับที่ 2
วารสาร ปีที่ 2 ฉบับที่ 2
การวิเคราะห์ความอยู่รอดทางธุรกิจของบริษัทตัวอย่าง: กรณีอุตสาหกรรมยางพารา


สมบูรณ์ เจริญจิระตระกูล, วัญชัย อุ่นอดิเรกกุล, จรัส สุวรรณมาลา และ วิจิตต์ วรรณชิต


ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญพืชหนึ่งของไทย ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกยางพาราประมาณ 11 ล้านไร่ โดยร้อยละ 90 ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมดกระจายอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ ที่เหลืออีกร้อยละ 10 จะปลูกกันแถบจังหวัดในภาคตะวันออก และบางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (สถาบันวิจัยยาง 2538) ชาวสวนยางของไทยส่วนใหญ่คือ ร้อยละ 90 จะเป็นชาวสวนยางรายเล็กซึ่งมีพื้นที่เพาะปลูกต่ำกว่า 50 ไร่ (Charernjratragul 1991) โดยมีผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ในระดับประเทศ 168 กิโลกรัม (สังวรและคณะ 2522) น้ำยางสดซึ่งเป็นผลผลิตจากสวนยาง ชาวสวนส่วนใหญ่จะนำไปแปรรูปขั้นต้นจะได้เป็นยางแผ่นดิบและขายผ่านพ่อค้าคนกลางระดับต่างๆ ในที่สุดจะเข้าสู่โรงงานแปรรูปจะได้เป็นยางแผ่นรมควัน (RRS: Ribbed Smoked Sheet) หรือจากน้ำยางสดนำไปทำแผ่นแล้วนำไปอบความร้อนจะได้เป็นยางผึ่งแห้ง (air dried sheet) นอกจากนั้นจากน้ำยางสดส่วนหนึ่งชาวสวนจะขายผ่านพ่อค้าคนกลางระดับต่างๆ และรวบรวมเข้าสู่โรงงานเพื่อการแปรรูปเป็นน้ำยางข้น (concentrated latex) ยางแท่งทีทีอาร์ (TTR: Thai Tested Rubber) ผลผลิตยางของไทยในรูปของผลิตภัณฑ์ชั้นกลาง (intermediate product) ชนิดต่างๆ ได้เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ กล่าวคือในช่วงปี พ.ศ.2504 ถึง 2510 อัตราเพิ่มของผลผลิตเฉลี่ยต่อปีอยู่ในระดับร้อยละ 2.5 ในช่วงปี พ.ศ.2511 ถึง 2523 และช่วงปี พ.ศ.2524 ถึง 2537 อัตราเพิ่มของผลผลิตยางเฉลี่ยต่อปีเพิ่มขึ้นเป็นระดับร้อยละ 6.0 และ10.4 ตามลำดับ จนกระทั่งในปัจจุบันประเทศไทยสามารถผลิตยางได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยในปี พ.ศ.2537 สามารถผลิตยางได้ถึง 1,718 พันตัน คิดเป็นร้อยละ 31 ของผลผลิตยางของโลก (สถาบันวิจัยยาง 2538 และ IRSG 1995) ยางที่ผลิตได้ส่วนใหญ่คือ ร้อยละ 93 ของผลผลิตทั้งหมด จะถูกส่งออกไปยังต่างประเทศในรูปของวัตถุดิบ ให้กับประเทศลูกค้าที่สำคัญ เช่น ประเทศญี่ปุ่น จีน สหรัฐอเมริกา และกลุ่มประชาคมยุโรป เป็นต้น โดยมีรายได้จากการส่งออกสูงถึง 41,353 ล้านบาท (สถาบันวิจัยยาง 2538) โดยยางที่ส่งออกส่วนใหญ่จะเป็นยางแผ่นรมควัน ปริมาณยางที่ใช้ภายในประเทศมีเป็นจำนวนน้อยเพียงร้อยละ 7 ของผลผลิตทั้งหมดเท่านั้น อุตสาหกรรมที่ใช้ยางภายในประเทศที่สำคัญ เช่น อุตสาหกรรมยางรถยนต์ชนิดต่างๆ ถุงมือยาง ยางยืด ยางรัดของ ถุงยางอนามัย เป็นต้น (สถาบันวิจัยยาง 2538) เมื่อเป็นเช่นนี้สถานการณ์ยางพาราของไทยโดยเฉพาะในด้านราคา จึงขึ้นต่อตลาดโลกเป็นสำคัญ ในการประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมยางพาราหากขาดการจัดการด้านการผลิตและการตลาดที่ดีพอ ย่อมไม่อาจหลีกหนีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจไปได้

คำสำคัญ: -

จำนวนผู้เข้าชมบทคัดย่อ 3234 ครั้ง
จำนวนดาวน์โหลดเรื่องเต็ม 2609 ครั้ง

คณะเศรษฐศาสตร์ มก.  :  ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ มก.  :  วารสารกลุ่มสาขาเศรษฐศาสตร์ :  ศูนย์ดัชนีอ้างอิงวารสารไทย (TCI)
ได้รับทุนอุดหนุนจากสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
Download Acrobat Read : Download Thai Firefox
จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซด์ 3502437 คน
ศูนย์วิจัยเศรษฐศาสตร์ประยุกต์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
50 พหลโยธิน จตุจักร กรุงเทพ 10900 โทรศัพท์/แฟกซ์: 02 5615037
e-mail : aej.journal@gmail.com